เตือนน้ำท่วมระวังงูพิษ เผย 7 อาการงูกัด

สธ. เตือนน้ำท่วมระวังงูพิษ เผยอาการ 7 ประการงูกัด แนะวิธีปฐมพยาบาลเื้บื้องต้น พร้อมแจกเซรุ่มแก้พิษงู

น.พ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมช.สธ.) กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมติดตามการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม จ.สุพรรณบุรี และมอบยาสามัญประจำบ้านพร้อมถุงยังชีพรวม 500 ชุด ว่า ขณะนี้ได้เตรียมพร้อมป้องกันน้ำท่วมสถานพยาบาลทุกแห่งใน จ.สุพรรณบุรี ทั้งหมดแล้ว แม้ภาพรวมของพื้นที่น้ำท่วมส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่เกษตรกรรม แต่สิ่งที่เป็นห่วงประชาชนคืองูพิษอาจหนีน้ำเข้ามาหลบซ่อนอยู่ตามที่พักอาศัยของคน จึงต้องระวังให้มาก ขอให้จัดสิ่งของเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบ หลีกเลี่ยงการเดินในที่แคบหรือบริเวณที่รก มีหญ้าขึ้นสูง โดยเฉพาะเวลากลางคืน

สธ.ได้กระจายเซรุ่มแก้พิษงูที่พบบ่อยในแต่ละภูมิภาค มี 7 ชนิด ได้แก่ งูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม งูทับสมิงคลา งูแมวเซา งูกะปะ และงูเขียวหางไหม้ ให้แก่โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลทั่วไปประจำจังหวัดต่างๆ แล้ว เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที ป้องกันการเสียชีวิตให้มากที่สุด หากถูกงูกัดให้โทร.แจ้งขอความช่วยเหลือ 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง

น.พ.สุรวิทย์กล่าวอีกว่า หากถูกงูมีพิษกัดจะมีสัญญาณอาการ 7 ประการดังนี้ 1. มีรอยเขี้ยว 2 ข้าง และมีอาการบวมแดงรอบๆ รอยกัด แต่บางครั้งอาจจะเห็นเพียงรอยเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าถูกกัดบริเวณปลายมือปลายเท้า หรือบางครั้งอาจเห็นมากกว่า 2 รอย ในกรณีที่ถูกกัดมากกว่า 1 ครั้ง 2. อาจมีอาการปวดอย่างรุนแรง 3. คลื่นไส้อาเจียน 4. หายใจติดขัด หากรุนแรงอาจหยุดหายใจได้ 5. สายตาขุ่นมัว 6. มีน้ำลายมากผิดปกติ และ 7. หน้าชาไม่รู้สึกหรือชาตามแขนขา โดยพิษนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของงู เช่น งูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม งูทับสมิงคลา จะมีพิษต่อระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง หนังตาตก กลืนลำบาก พูด ไม่ชัด และหยุดหายใจ

“หากพบผู้ที่ถูกงูกัดควรดูแลเบื้องต้นก่อนถึงมือแพทย์ โดยบีบเลือดบริเวณบาดแผลออกเท่าที่จะทำได้ เพื่อขจัดพิษงูออกจากร่างกาย ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและฟอกสบู่หรือน้ำด่างทับทิม ใช้ผ้าสะอาดซับให้แห้ง เช็ดแผลและรีบนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด โดยพยายามให้อวัยวะที่ถูกกัดเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด อาจดามบริเวณดังกล่าวให้อยู่ในระดับต่ำกว่าหัวใจ เพื่อชะลอการซึมของพิษงู” รมช.สาธารณสุข กล่าว